ไปดูปลาวาฬ (1)

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน Around and outside :ไปดูวาฬ (1),

        วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2550 หน้า 38

เรื่อง: ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ไปดูวาฬ (1)

ไปดูวาฬ (1)

วาฬไม่ใช่ปลา เธอเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม จุดสังเกตแสนง่ายคือแพนหางขนานกับพื้น โบกขึ้นลงเป็นจังหวะ ต่างจากปลาที่โบกหางไปซ้ายไปขวา วาฬยังหายใจด้วยปอด ต้องโผล่ขึ้นมาสู่ผิวน้ำเพื่อพ่นอากาศออกทางจมูกที่อยู่บนหัว เกิดเป็นฝอยน้ำฟูฟ่องเห็นแต่ไกล วาฬบางชนิดอยู่หายใจใกล้ผิวน้ำเพียงไม่กี่นาที ก่อนดำดิ่งลงสู่ใต้ท้องทะเลลึกนานครึ่งค่อนชั่วโมง บางชนิดอยู่ใต้น้ำสั้นกว่านั้น

เมื่อวาฬต้องขึ้นมาเหนือน้ำ วาฬกับมนุษย์จึงมีโอกาสเจอกัน สมัยก่อนเจอแล้วคนชอบวาฬไม่ชอบ เพราะเราจะใช้ฉมวกใช้หอกทิ่มแทงวาฬ เพื่อนำน้ำมันและเนื้อมาใช้ ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป การล่าวาฬแทบไม่เหลือ ยกเว้นบางประเทศที่ชอบใช้ข้ออ้างเพื่อการวิจัย (วิจัยว่าทำยังไงถึงจะทำให้สัตว์สูญพันธุ์ได้) วาฬกับคนมีโอกาสเจอหน้ากันแบบเป็นสุข ๆ เถิด กลายเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวดูวาฬ Whale Watching

วาฬแบ่งเป็น 2 กลุ่ม พวกหนึ่งคือวาฬมีเขี้ยว เช่น วาฬเพชรฆาต วาฬสเปิร์ม (โมบี้ดิ๊ก) อีกกลุ่มคือวาฬบาลีน ภายในปากเต็มไปด้วยบาลีนหรือซี่กรอง มีไว้เพื่อกรองคริลกินเป็นอาหาร หลายคนเข้าใจว่า วาฬกินแพลงก์ตอนตัวเล็กจิ๋ว แต่คริลตัวไม่เล็กนะครับ ใหญ่ประมาณกุ้งขาวไซส์เล็กที่ขายกันตามตลาด คริลจะอยู่รวมเป็นฝูงในทะเลเขตหนาว เป็นที่ชื่นชอบของวาฬบาลีนทั้งหลาย อ้าปากฮุบหนเดียวได้อาหารนับร้อยกิโลกรัม

โดยทั่วไป แหล่งอาหารของวาฬบาลีนมักอยู่ในที่ห่างไกล ยากที่เราจะไปเห็น สองแหล่งใหญ่คือขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้ แต่ใครจะมีปัญหาหาตังค์ไปได้หนอ อีกแห่งที่ผมรู้อยู่ในทะเลบ้านเรา อยู่ห่างฝั่งเพียง 1-3 กิโลเมตร ใกล้กรุงเทพก็ปานนั้น ผมกำลังกล่าวถึงทะเลบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นถิ่นที่วาฬบรูด้าเข้ามากินปลาอกแลในช่วงปลายฝนต้นหนาว เจอแล้วตื่นเต้นเกินคาดเลยครับ น่าเสียดายที่กิจกรรมนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร เราขาดข้อมูลหลายประการ รวมทั้งผู้ที่รณรงค์ให้เกิดกิจกรรมนี้ก็โดนสอยร่วง (คุณเจริญแห่งบ่อนอก) ถึงทุกวันนี้ ยังจับตัวการไม่ได้ ใครอยากไปดูวาฬในเมืองไทย คงต้องหาทางกันเอง แนะนำให้ไปติดต่อคุณกระรอก แฟนคุณเจริญ เธอยังอยู่ที่บ่อนอก ค่อย ๆ คลำทางไปเดี๋ยวก็คงเจอเอง

เมื่อเมืองไทยมีของดี แต่ยังไม่ยอมใช้ ผมจึงจำต้องพาคุณไปเมืองนอก เราจะไปแอฟริกาใต้ ผมไปในฐานะวิทยากรของทัวร์เอื้องหลวง Shark Viewing & Whale Watching Exclusive Tour ผมเจอฉลามตัวใหญ่ด้วยครับ เป็นแม่ฉลามขาวยาวตั้งสี่เมตร เหตุการณ์เร้าใจดีชะมัด แต่ขอเก็บไว้เล่าในโอกาสต่อไป

ผมขอเริ่มต้นด้วยภูมิประเทศ แอฟริกาใต้ชื่อก็บอกแล้วว่า อยู่ใต้สุดของแอฟริกา ทวีปใหญ่เป็นอันดับสองของโลก พื้นที่ทั้งหมดมากกว่า 30 ล้านตารางกิโลเมตร แอฟริกาใต้มีพื้นที่ประมาณ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นสองเท่าของเมืองไทยครับ

ใต้สุดของประเทศ เป็นเขตที่สองมหาสมุทรมาบรรจบ หนึ่งคือแอตแลนติก อีกหนึ่งคืออินเดีย รอยต่อของสองทะเลยักษ์เป็นแหลมที่รู้จักกันดีทั่วโลก ในนามของ Good Hope หรือแหลมที่ขึ้นชื่อลือชาหนักหนาในเรื่องพายุและคลื่นลม สมัยก่อนยังไม่มีคลองสุเอซ เรือจากยุโรปต้องวิ่งอ้อมแอฟริกาเพื่อมาเอเชีย ล้วนต้องผ่านแหลมนี้ หลายลำเจอทั้งพายุทั้งหมอกทะเล (sea mist) ชนหินโสโครกจมบุ๋ง ๆ ไปหลายลำ จนชาวเรือต้องตั้งชื่อแหลมให้เป็นมงคลเข้าไว้ ข้าน้อยยังไม่อยากลอยคอในทะเลที่น้ำเย็นระดับ 15 องศา

เมื่อมีเรือผ่านเยอะ จึงมีเมืองท่าเป็นธรรมดา ชาวดัตช์นักท่องทะเลเป็นผู้สร้างไว้ ต่อมารู้จักในนาม Cape Town แม้ยุคหลังการเดินเรือจะเปลี่ยนไปใช้คลองสุเอซ แต่เคปทาวน์เจริญสืบต่อมา จนกลายเป็นเมืองใหญ่ มีผู้คนอยู่สามล้าน รวมทั้งเป็นจุดหมายของทุกทัวร์ไทยที่ไปแอฟริกาใต้

การมาเคปทาวน์ในช่วงอื่นของปี การันตีว่า คุณจะได้เห็นวิวสวยงาม เจอนกเพนกวินเป็นของแน่ เจอแมวน้ำเยอะแยะด้วยนะ แต่คุณจะพลาดโอกาสเจอสัตว์ใหญ่ที่สุดในโลก ยกเว้นคุณมาในช่วงเดือนกันยาตุลาไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้คือเวลาที่แม่วาฬ Southern Right Whale กำลังเลี้ยงลูก เธอจะพาลูกโทนว่ายเข้าใกล้ฝั่ง เพื่อหลีกหนีจากศัตรูตัวฉกาจ เจ้าวาฬเพชรฆาตนักเขมือบลูกวาฬ

ทัวร์เอื้องหลวงมาดูวาฬ ชื่อก็บอกแล้วว่า มาแล้วต้องเห็นวาฬ ทีแรกผมก็ใจเต้นตุ๊มต่อม กลัวว่าเจอวาฬแค่พ่นน้ำปู้ด ๆ เห็นเป็นฝอยนิดหน่อย จะคุ้มกับการข้ามโลกท่องทะเลมั้ยเนี่ย ใจผมเต้นตุบตับไปเรื่อย จวบจนถึงวันที่สองของการเดินทาง เมื่อพวกเรานั่งเรือออกไปดูแมวน้ำที่ Haut Bay เรือออกจากท่ามาได้ไม่ถึงร้อยเมตร ผู้คนบนเรือโวยวายกันยกใหญ่ โน่นแน่ะนกเขาคูจุ๊ก...จุ๊กกรูนกมันเฝ้าดูหาชู้มัน เอ๋...ไม่ใช่ ตรงโน้นสิมีอะไร นั่นไง...วาฬ !!!

ผมรีบวิ่งไปหัวเรือ ทันเวลาเห็นครีบของวาฬโผล่น้ำขึ้นมาเป็นเงาดำ ตัดกับประกายแดดสะท้อนระลอกขึ้นระยิบระยับ พอถ่ายภาพได้สองสามรูป ผมรีบชี้ให้ลูกทัวร์ดู นั่นไงครับวาฬ มาดูวาฬได้เห็นวาฬ ทัวร์เราประสบความสำเร็จแล้วชะเอิงเงย ลูกทัวร์ตาคมค้อนขวับ อาจารย์ขาหนูอุตส่าห์เป็นพี่บอลรักคุณเท่าฟ้า มากับเอื้องหลวงทริปพิเศษ เงินก็จ่ายแพงกว่าชาวบ้าน แล้วทำไมหนูได้เห็นแค่เนี้ย คนอื่นเค้าก็เห็นเหมือนกันนะคะ เธอบุ้ยใบ้ให้ผมดูคนทัวร์ร่วมครึ่งร้อยที่ลงเรือลำเดียวกัน ยังไม่นับอีกหลายร้อยคนที่มาเที่ยวแอฟริกาใต้ในช่วงวันหยุดยาวเดือนตุลา

พูดอีกก็ถูกอีก จ่ายเงินเยอะกว่า ย่อมต้องหวังสูง ผมเตรียมการไว้แล้วครับ ทัวร์ทั่วไปเค้าลงเรือกันครึ่งชั่วโมง เห็นแมวน้ำเจอวาฬเป็นของแถม แต่เอื้องหลวงทริปพิเศษตะลุยไปจนถึงใจกลางอาณาจักรวาฬและฉลามขาว เรามุ่งหน้าต่อไปเมือง Hermanus ระหว่างทางผมหลับ แต่ตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงลูกทัวร์กรี๊ด พากันชี้โบ๊ชี้เบ๊ผ่านกระจกทางด้านขวาของรถบัส ผมพยายามเบิ่งตามาดูบ้าง ใจคิดว่าเป็นลิงบาบูนที่ชอบมาเดินเล่นริมทะเลแถวนี้ แต่ดูอีกที เฮ้ย...วาฬ มากันถึงริมตลิ่งเลยหรือนี่ ไม่ใช่ตัวเดียว แต่มาทั้งแม่ทั้งลูก

ตลอดเส้นทางเลียบริมทะเลชั่วโมงเศษ ผมเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าดูวาฬ ทุกครั้งเราต้องนั่งเรือฝ่าคลื่นไปกลางทะเล ดูวาฬไปนั่งแหวะไปตามประสาคนเมาคลื่น (คนอื่นนะ มิใช่ผม) จะมีก็ครั้งนี้แหละ นั่งรถบัสกระดิกเท้าชมวาฬ ดูกันเหมือนดูหมาข้างถนนเมืองไทย กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ผมนับวาฬได้ไม่ต่ำกว่าสิบตัว

เมื่อมาถึงเมือง รถบัสคันใหญ่จอดกลางลานกว้างริมทะเล ผมลงมายืนบิดยืดเส้นสาย ก่อนต้องตาเหลือกวิ่งถือกระเป๋ากล้องไปที่ตลิ่ง เพราะห่างจากฝั่งไปไม่เกิน 20 เมตร วาฬแม่ลูกกำลังว่ายน้ำอย่างเชื่องช้าประมาณลูกหมาลอยคอ ไม่ได้โม้นะครับ อันที่จริงวาฬแทบไม่ได้ว่ายน้ำเลย แต่ลอยอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้กระแสน้ำพาตัวลอยไป นี่เป็นหนึ่งในจำนวนน้อยครั้งที่ผมเห็นวาฬใกล้ปานนี้ แต่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเห็นวาฬแบบชิด ๆ จากกลางลานจอดรถ

นอกจากกลางลานจอดรถ วาฬหลายตัวยังตามไปหลอกหลอนเรา ระหว่างการเดินช้อปปิ้งตามแผงลอยข้างฟุตบาท ตามลงไปถึงร้านอาหารริมทะเล ตลอดเวลาที่อยู่เมืองนี้ เบือนหน้าออกทะเลทีไร คุณจะได้เห็นวาฬ

โห...เกินไปมั้ง ? แม้ตลอดการเขียนคอลัมน์นี้สิบสามปี ผมมีโม้บ้าง แต่ครั้งนี้รับประกันไม่ฝอยครับ มีลูกทัวร์ร่วมยี่สิบชีวิตเป็นพยาน เราเห็นวาฬว่ายมาทีละคู่ยังกับวาฬสวนสนาม แม่ตัวใหญ่สีดำ ลูกตัวเล็กหน่อยสีปนขาว แต่คำว่าเล็กในที่นี้รับรองว่าใหญ่กว่ารถขนน้ำมันบ้านเรา Southern Right Whale จัดเป็นวาฬใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของโลก (วาฬใหญ่สุดคือวาฬสีน้ำเงิน ตัวยาว 25 เมตรจ้ะ)

ผมยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวาฬอีกเยอะเชียว แต่ขอเก็บไว้ต่อพฤหัสหน้า สัปดาห์นี้ดูภาพคนกับวาฬที่ข้าพเจ้าถ่ายมา ไม่ต้องเดินไปไหนไกล แค่ยืนอยู่ข้างรถทัวร์นี่แหละ จากนั้นก็ยกกล้องกดแชะ ๆ โดยมีอาม่ากับอาซิ้มยืนตบมือแปะ ๆ เชียร์อยู่ด้านข้าง สมเป็นทัวร์เอื้องหลวงทริปพิเศษจริงครับ